นาทีนี้แม้การใช้งานแผ่นฟล็อปปี้ดิสก์หรือ floppy disk ขนาด 3.5 นิ้วจะน้อยมากอยู่แล้ว แต่การประกาศหยุดสายพานการผลิตอย่างเป็นทางการในประเ ทศญี่ปุ่นของโซนี่ (Sony) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กลับกลายเป็นสัญญาณการอวสานของรูปแบบการเก็บข้อมูลบน แผ่นดิสก์ขนาด 3.5 นิ้วที่เป็นรูปธรรมที่สุด
รายงานจากสำนักข่าวซีเน็ตระบุว่า แม้โซนี่จะยกเลิกการผลิตแผ่นดิสก์เก็บข้อมูลหรือที่เ รียกกันว่าฟล็อปปี้ดิสก์ในสหรัฐฯมานานระยะหนึ่งแล้ว และเดินเครื่องผลิตหน่วยเก็บข้อมูลที่เป็นแฟลชเมมโมรี่อย่างเป็นล่ำเป็นสัน แต่ที่ผ่านมา โซนี่ก็ยังสามารถจำหน่ายฟล็อปปี้ดิสก์ไปได้ถึง 12 ล้านชิ้นต่อปี (ข้อมูลผลประกอบการปีการเงิน 2009 ที่ผ่านมา)
ปัจจุบัน โซนี่คือเจ้าของส่วนแบ่งตลาด 70% ของตลาดฟล็อปปี้ดิสก์ขนาด 1.44MB ตัวเลขยอดขาย 12 ล้านชิ้นนั้นเป็นเลขที่ลดลงจากยอดขาย 47 ล้านแผ่นซึ่งโซนี่เคยทำได้เมื่อปีการเงิน 2002 โดยรายงานจากสื่อญี่ปุ่นระบุว่า โซนี่จะหยุดการขายฟล็อปปี้ดิสก์ทั้งหมดในเดือนมีนาคม 2011
การตัดสินใจหยุดผลิตฟล็อปปี้ดิสก์ของโซนี่ถือเป็นเรื ่องสำคัญมาก เนื่องจากโซนี่มีดีกรีเป็นผู้นำร่องชิมลางตลาดแผ่นดิ สก์ 3.5 นิ้วเป็นรายแรกตั้งแต่ปี 1981 เพื่อทดแทนตลาดแผ่นดิสก์ขนาด 5.25 นิ้ว ตั้งแต่นั้นมา โซนี่ต้องยืนหยัดแข่งขันกับหน่วยเก็บข้อมูลที่มีขนาด เล็กและมีความจุมากกว่า เช่น ยูเอสบีไดร์ฟ (USB) รวมถึงมาตรฐานแผ่นซีดี (CD) ทั้งแบบที่เขียนทับได้และไม่ได้ รวมถึงดีวีดี (DVD) ซึ่งให้ความจุมหาศาล โดยทั้งหมดสามารถกินตลาดฟล็อปปี้ดิสก์ไปได้อย่างถล่ม ทลาย
ส่วนสำคัญที่ทำให้ตลาดฟล็อปปี้ดิสก์จางหายไปจากโลกไอ ที คือการเลิกสนับสนุนรูปแบบการใช้งานหน่วยเก็บข้อมูลชน ิดนี้ของผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล โดยแอปเปิลเป็นรายแรกที่เลิกติดตั้งไดร์ฟอ่านเขียนฟล็อปปี้ดิสก์อย่างครบวงจร ก่อนที่เดลล์ (Dell) จะเลิกรองรับฟล็อปปี้ดิสก์ตามมาในปี 2003 จนทำให้ผู้ผลิตรายอื่นๆตัดสินใจเดินตามในที่สุด
เครดิต:jkg
หากมีจิตศรัทธาก็กด Thank Cool ให้ด้วย อาเมน